• ปืน

posted on 21 Sep 2010 09:29 by folkner in Story

 














เสียงโทรศัพท์จากต้นสายที่แสดงความจำนง ว่าต้องการวงโฟล์คเหน่อไปแสดงในงานนั้น บางทีก็มิได้นำความลิงโลดมาสู่พวกเราไปเสียทั้งหมด หนำซ้ำเจ้าของเสียงต้นสายโทรศัพท์ หรือเจ้าของงานบางงาน กลับต้องทำให้เราต้องรีบใช้ไหวพริบหาทางปฏิเสธไปโดยฉับพลันเพื่อตัดปัญหา 

 บ่อยครั้ง ที่การแสดงดนตรีของผมถูกว่าจ้างโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ...

บ่ายวันนี้พี่ตำรวจคนหนึ่งโทรมาติดต่อสอบถามราคางานแสดง 

จำได้ว่า ๕ หรือ ๖ ปีก่อนพี่ตำรวจคนนี้แหละ เคยว่าจ้างให้ไปแสดงในเทศกาลลานเบียร์ ที่แกลงหุ้นกันกับเพื่อน ๆ ตำรวจในโรงพักเดียวกัน 

 จำได้ว่าคืนสุดท้ายของงานนั้น รู้สึกว่าจะมีปัญหาเหตุระหองระแหงกัน ระหว่างสองหุ้นส่วน กรุ่น ๆ อยู่

และแล้วความบาดหมาง ขัดแย้งทางธุรกิจร่วมหุ้นส่วนของพวกเขา ก็ลามไล่ขึ้นมาถึงขอบเวทีการแสดงของพวกเรา 

เพลงเจ้าปัญหาคือเพลงสุดท้ายของคืนนั้น เราถูกขอร้องโดยตำรวจร่วมหุ้นให้เล่นเพลงเดือนเพ็ญ โดยเขาขอให้ เสมมือขลุ่ยของผมช่วยคร่ำครวญเสียงขลุ่ยให้โหยหวนชวนสะท้านไปทั้งลานเบียร์ช่วงดึก ๆ

ขณะอีกตำรวจหุ้นส่วนก็บอกว่าให้หยุดการแสดงในทันทีเลย เพราะล่วงเลยเวลามามากพอสมควรแล้ว 

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พวกเรา ไอ้เรื่องที่จะให้ต่ออีกสักเพลงสองเพลงก็ย่อมได้ ไม่ใช่ปัญหา 

 แต่ปัญหาอยู่ที่พวกเขา!!

ตำรวจสองคนนั่น มีปัญหากับตัวเลขลงหุ้นขาดทุนกำไรในธุรกิจลานเบียร์เป็นเชื้อไฟ ไอควันครุกรุ่น ๆ อยู่ในอารมณ์ 

 จำไม่ได้หรอกว่าเล่นเพลงเดือนเพ็ญไปถึงท่อนไหน รู้แต่ว่าเล่นไม่จบ...

ขณะ เสมขับคลอไล่นิ้วบนเลาขลุ่ย ผสานกับเสียงร้องและการไล่นิ้วกระจายคอร์ดบนสายกีตาร์โปร่งของผมอยู่นั้น มีเสียงกระแทกของแข็งลงบนพื้นเวทีดัง ๆ พร้อมกับเสียงโพล่งตามมาว่า หยุดโว้ย กูบอกให้หยุด หยุดเล่น หยุดเป่าขลุ่ย ถ้าไม่หยุดกูจะให้เป่าปืน !!!

"เป่าปืน" ผมแอบรำพึง พลางก้มมองลงไปที่พื้นเวทีข้างหน้า เห็นวัตถุสีดำวางอยู่ ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นปืน!!! 

ขณะเจ้าของวัตถุไม่ได้มองมาทางเราบนเวที แต่หันไปมองคู่กรณี คือหุ้นส่วนผู้ต้องการเสียงขลุ่ยแบบโหยหวนชวนสะท้านจากวงดนตรีของพวกเรา เพื่อชโลมหัวใจ 

 ผมไม่รู้หรอกว่า เสมหยุดขลุ่ยตรงโน้ตตัวไหน เพอร์คัสชั่นหยุดตรงห้องเพลงที่เท่าไร เสียงฉิ่งกำลังจะตีลงฉิ่งหรือฉับก็ไม่อาจรู้ เพราะขณะที่ผมลุกลี้ลุกรนปลดกีตาร์โปร่งเตรียมใส่กล่องอย่างผิด ๆ ถูก ๆ อยู่นั้น ผมมองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นมีสมาชิกนักดนตรีเหลืออยู่บนเวทีแล้ว เลยสักคน

 

ไม่ใช่ความผิดของพวกเราเลยสักนิด ว่ามั๊ย?

 

edit @ 21 Sep 2010 09:33:47 by โฟล์คเหน่อ

Comment

Comment:

Tweet

แบบนี้แย่หน่อยนะครับ

#1 By ขุนกระบี่ on 2010-09-23 05:22